Travel

[Trip] Japan : 02 วัดนาริตะซัง

posted on 12 Mar 2011 07:43 by bittersherbetz  in Travel
(สึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ภาพจากสำนักข่าว NHK)

          สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน ตอนนี้ทุกคนคงทราบข่าวกันแล้วนะครับ ที่เกิดเ้หตุแผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ที่ประเทศญี่ปุ่น และก่อให้เกิดคลื่นสึนามิสูงกว่า 10 เมตรตามมา ในวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ.2554 เวลาประมาณ 14.46 ของญี่ปุ่น ก็ประมาณ 12.26 ที่บ้านเรานะครับ (เวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าที่ไทย 2 ชั่วโมง) ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสลดใจมาก ๆ เลยนะครับ ธรรมชาติบางครั้งก็ดูโหดร้าย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามสิ่งที่มนุษย์ตัวเล็กๆคนหนึ่งอย่างเราทำได้ก็คือ ส่งแรงใจแล้วก็ร่วมใจช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกที่ดีอย่างประเทศญี่ปุ่น คงทำได้เพียงภาวนาให้คนญี่ปุ่นและชาวไทยที่นั่นปลอดภัยกันทุกคนนะครับ..
 
          ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่.. วันนี้ผมจะพาทุกคนไปชมวัดนาริตะซังนะครับ ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือสึนามิหรือเปล่า ผมรับรองครับว่าทุกคนปลอดภัยแน่นอน (ฮา)
 
(ความเรียบร้อยของบ้านเมืองในญี่ปุ่น)
 
          เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับจริงๆว่า.. ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สะอาดมาก! ผมตื่นเช้าขึ้นมารับประทานอาหารของโรงแรม จากนั้นก็เช็กเอ้าท์ออกจากโรงแรมนาริตะการ์เด้น เดินทางจากโรงแรมไม่ไกลก็จะไปถึงวัดนาริตะซังนะครับ ระหว่างทางก็รู้สึกประทับใจมาก ถึงแม้จะเพิ่งมาเหยียบแดนซากุระเป็นวันแรก แต่หลังจากเห็นความเป็นระเบียบเรียบร้อยของประเทศเขาแล้ว.. รู้สึกประทับใจจริงๆ เหมือนผู้คนที่นั่นถูกปลูกฝังมาให้รู้จักรักความสะอาด ไม่มักง่าย ทิ้งขยะลงถังเสมอ และนอกจากทิ้งลงถังแล้ว ยังมีการแยกขยะด้วย โอ้! ผมว่าถ้าเมืองไทยมีคนนิสัยแบบชาวญี่ปุ่นสักครึ่งประเทศ ประเทศคงเจริญกว่านี้หลายเท่าเลยล่ะครับ (ฮา)
 
(ประตูใหญ่ ทางเข้าวัดนาริตะซัง)
 
          เดินทางไม่นาน ผมก็มาถึงวัดนาริตะซังแล้ว (เฮ) วัดนี้เป็นวัดพุทธนะครับ เป็นวัดที่ดังมากของภาคคันโต ซุ้มประตูทางเข้าวัดใหญ่จริงๆครับ ทำจากไม้สน เขาบอกว่าวัดนาริตะซังนั้น มีอายุมากกว่า 1,000 ปีแล้ว เป็นวัดที่ใช้บูชาเทพเจ้าแห่งไฟ
 
(หลังจากผ่้านประตูใหญ่มาก็จะพบทางเดินไปสู่วิหาร)
 
          เดินตรงเข้ามาเรื่อย ๆ จะพบกับวิหารเล็ก ๆ นะครับ มีโคมแดงแขวนอยู่ ก่อนจะเข้าไปในเขตวิหาร เราก็จะต้องทำการล้างมือ บ้วนปาก ชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกายก่อนนะครับ เขาจะมีศาลาเล็กๆไว้ให้ ให้เราตักน้ำโดยใช้กระบวยล้างมือและบ้วนปาก ไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะไม่สะอาดนะครับ เพราะเขามีการฆ่าเชื้อแล้ว
 
          เดินเลยวิหารไป จะมีสะพานข้ามบ่อน้ำ ทางซ้ายขวาก็จะมีหินที่ลักษณะคล้ายเต่าอยู่ตรงกลางบ่อ เชื่อว่าถ้าใครขอพรแล้วโยนเหรียญให้ไปตกลงบนกระดองของเต่าหินได้ โดยไม่กระเด้งตกน้ำ คำขอนั้นก็จะเป็นจริงนะครับ (ส่วนตัวจขบ.โยนไป 3-4 เหรียญ ตกน้ำทุกเหรียญ ฮา)
 
(เจดีย์ด้านขวาของวิหาร)
 
          พอเดินจนสุดสะพาน ก็จะมีบันไดยาวให้เดินขึ้นเนินมานะครับ พอมาจนถึงด้านบน ก็จะพบลานกว้าง ด้านขวาก็จะเป็นเจดีย์สูงๆ ในภาพประกอบเลยนะครับ ซึ่งก่อนที่เราจะเข้าไปยังวิหารใหญ่ได้นั้นเราก็จะต้องไปรับควันธูปเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองก่อนนะครับ โดยให้ใช้มือไปกวักควันธูปให้เข้าหาตนเอง เป็นความเชื่อว่า เป็นการกวักสิ่งดีๆและเงินทองให้ไหลเข้าตัวเอง
 
(วิหารใหญ่)
 
          มองตรงไปก็จะเจอวิหารใหญ่ ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนานะครับ วิหารนี้สร้างขึ้นจากไม้สนทั้งหลัง ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น ประเทศนี้เขามีการดูแลรักษาสภาพของโบราณสถานอะไรต่างๆไว้ได้ดีมากครับ
 
(ภายในวิหารใหญ่)
 
          ภายในวิหารใหญ่ ช่วงที่ผมไปนั้นก็กำลังมีประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอยู่นะครับ ในรูปนี้คือระหว่างเตรียมตัวประกอบพิธีครับ
 
(คณะสงฆ์ เจ้าอาวาส)
 
          หลังจากเตรียมการพิธีอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีพระมาเคาะระฆังนะครับ หลังจากนั้นคณะเจ้าอาวาสก็จะเดินทางเข้าไปในวิหารเพื่อประกอบศาสนพิธี (เจ้าอาวาสคือคนที่เดินอยู่ใต้ร่ม) ผมสังเกตเห็นว่าชุดของพระสงฆ์ที่นี่ มีสีสันสดใสมากเลยทีเดียว (ฮา)
 

(แผ่นหินสลักที่นำมาทำเป็นกำแพง)
 
(วิหารเล็กๆที่เรียงรายอยู่บริเวณวัด)
 
          เดินเลยวิหารไปอีกหน่อย ก็จะพบกับวิหารขนาดกลางๆนะครับ เรียงรายอยู่บริเวณหลังวิหารใหญ่ ทั่วบริเวณวัดมีการจัดสวนญี่ปุ่นที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ร่มรื่น
 
(ดาบที่ใช้บูชาเทพเจ้าแห่งไฟ)
 
          เป็นอันจบการท่องเที่ยวที่วัดนาริตะซังนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่รับชม คราวหน้าผมจะพาไปยังเมืองโตเกียว ไปชมวัดอาซากุซ่า วัดที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโตเกียว อย่าลืมติดตามชมนะครับ..
 
ปล.หากมีข้อผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยมา ณ ที่นี่นะครับ เรื่องรายละเอียดก็จำไม่ได้มากเท่าไร
 
 
Bitter SherbetZ `
12.03.11

[Trip] Japan : 01 เมืองนาริตะ

posted on 11 Mar 2011 08:04 by bittersherbetz  in Travel
          เมื่อช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้วนะครับ ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศมา นั่นก็คือประเทศญี่ปุ่น (Japan) ผมชอบประเทศนี้มากครับ ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ที่ญี่ปุ่น ผู้คนเค้าน่ารักมาก บ้านเมืองสะอาดเรียบร้อย ทำอะไรเป็นระบบระเบียบ ถ้าหากประเทศไทยจะพัฒนาและหาแบบอย่างที่ดีล่ะก็.. ผมคิดว่าญี่ปุ่นนี่แหละ เป็นประเทศที่น่าเอาเป็นแบบอย่างที่สุด
 
          ผมไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิประมาณตี 5 ขึ้นเครื่องของการบินไทย เที่ยวบิน TG 676 เครื่องออกประมาณ 7 โมงครึ่ง ยอมรับว่าการบินไทยนั้นบริการดีมาก แล้วอาหารบนเครื่องก็อร่อยด้วย ผมแนะนำคือ ออมเล็ต อร่อยมาก ! เป็นออมเล็ตชีสนะครับ พร้อมกับไส้กรอก มะเขือเทศแล้วก็มันบด ของหวานเป็นผลไม้กับโยเกิร์ต

(ออมเล็ต - อาหารกลางวันของการบินไทย)
 
          เราไปถึงสนามบินนาริตะที่ญี่ปุุ่นเวลา 15.45 เวลาที่ญี่ปุ่นจะเร็วกว่าเวลาที่ไทยประมาณ 2 ชั่วโมงนะครับ หลังจากที่ทำธุระอะไรต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าพักที่โรงแรมนาริตะ การ์เด้น ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินไม่ไกลมาก อาหารมื้อค่ำของเรา รับประทานในโรงแรม เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ แค่มื้อแรกเราก็ประทับใจแล้ว เพราะมีอาหารให้เลือกทานหลากหลายมาก หลังจากทานเสร็จก็ไปเดินเล่นในโรงแรม ที่ญี่ปุ่น การหยอดกาชาปอง (หยอดตู้ไข่) เป็นที่นิยมมาก ร้านค้าหลายๆที่จะมีตู้กาชาปองตั้งอยู่หน้าร้าน ของรางวัลก็น่ารักๆทั้งนั้น จริงๆแล้วผมก็คิดจะไปหยอดอยู่เหมือนกัน แต่ก็ลืม (ฮา)
 
(ตู้กาชาปองภายในโรงแรมรูปสนูปปี้)
 
          หลังจากเดินเล่นในโรงแรมเสร็จแล้ว ผมก็เลยอยากจะออกไปสูดอากาศญี่ปุ่นยามค่ำคืนดูบ้าง ห่างจากโรงแรมไม่กี่เมตร มีมินิมาร์ทอยู่แห่งหนึ่ง ผมก็เลยขอแวะเข้าไปดูเสียหน่อย ภายในมินิมาร์ทคนไม่ค่อยเยอะมากครับ สิ่งแรกที่ประทับใจก็คือ ความมีอัธยาสัยดีของพนักงาน เพียงแค่ผมก้าวเข้าไปไม่ว่าจะเป็นคนญี่ปุ่นหรือนักท่องเที่ยว เขาก็จะกล่าวต้อนรับแล้วก็ยิ้มให้ บริการดีมากเลย ภายในร้านก็คล้าย เซเว่นบ้านเราแหละครับ เพียงแต่ว่ามี...
 
(แผงหนังสือในร้านมินิมาร์ท)
 
          พอซื้อขนมซื้ออะไรต่างๆเสร็จแล้ว ผมก็เลยเดินกลับโรงแรม ระหว่างทางก็ไปสังเกตเห็นโรงแรมฝั่งตรงข้าม เป็นโรงแรมที่ตกแต่งแบบวันคริสต์มาส ชื่อโรงแรม Hotel Chapel Christmas ด้านหน้าโรงแรมมีซานตาคลอสตัวใหญ่ยืนอยู่ ก็ดูน่ารักไปอีกแบบ
 
(โรงแรมคริสต์มาส)
 
          หลังจากถ่ายรูปอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็พักผ่อนหลังจากเดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน วันนี้ยังไม่มีอะไรมากนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปวัดนาริตะซัง เป็นวัดที่เก่าแก่มีอายุกว่า 1,000 ปีเลยทีเดียว ขอบคุณทุกท่านที่มาชมนะครับ

ปล.รูปถ่ายทั้งหมดในบล็อกนี้อาจจะไม่ค่อยชัดนะครับ เพราะต้องปรับความละเอียดลง เดี๋ยวเนื้อที่จะไม่พอ รูปทั้งหมด ถ่ายด้วยตัวเองนะครับ ใช้กล้อง iPhone ครับ
 
 
Bitter SherbetZ `
11.03.11